เชื่อหรือไม่ นอนน้อย พักผ่อนน้อย คือต้นเหตุของงูสวัด

เชื่อหรือไม่ นอนน้อย พักผ่อนน้อย คือต้นเหตุของงูสวัด

ใครที่ชอบอดนอน พักผ่อนน้อย หรือนอนดึกเป็นประจำ เสี่ยงเป็นโรค งูสวัด ได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว โดยเฉพาะคนที่มีอายุอยู่ในช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนร่างกายอ่อนแอ จนภูมิคุ้มกันตก อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงเป็นงูสวัดมากยิ่งขึ้น และยังเป็นโรคติดต่อทางการสัมผัสที่สามารถแพร่กระจายไปยังคนอื่นได้ด้วย ในบทความนี้ galness.com จะมาทุกคนมาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น รวมไปถึงวิธีในการรักษาด้วย

ทำความรู้จักกับงูสวัดมากยิ่งขึ้น

โรคงูสวัด เกิดจากการที่เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Varicella Virus หรือ Herpes virus โดยเชื้อไวรัสนี้เป็นไวรัสชนิดหนึ่งในกลุ่มไวรัสเริม หากได้รับเชื้อนี้ในตอนเด็กจะทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ซึ่งเมื่อหายดีจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อตัวนี้ยังมีหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเรา พวกมันจะแฝงอยู่ตามปมประสาทในร่างกาย หากอายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันลดลง หรือร่างกายอ่อนแอ โรคนี้จะกำเริบอีกครั้งในรูปแบบของโรคงูสวัด

ทำความรู้จักกับงูสวัดมากยิ่งขึ้น

ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัด มักจะเกิดกับคนที่มีมากกว่า 60 ปี เพราะเป็นกลุ่มคนที่ภูมิต้านทานในร่างกายเริ่มลดลง กลุ่มคนที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ชอบอดนอนหรือนอนดึก ก็เป็นอีกกลุ่มที่จะเกิดโรคงูสวัดได้ง่ายที่สุด และกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว หรือมีการทานยาที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ทำให้กลุ่มคนกลุ่มนี้ก็เป็นอีกกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกกระตุ้นชื้อไวรัสให้แสดงอาการออกมา

โดยอาการของการเป็นงูสวัดนั้น ผู้ป่วยจะมีตุ่มใส และมีฐานสีแดงเกิดขึ้นเป็นกลุ่มหรือเป็นแถวตามบริเวณปมของเส้นประสาทต่าง ๆ อีกทั้ง ยังมีอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั่วบริเวณที่มีตุ่มเหล่านี้ และปวดเมื่อยไปตามร่างกาย ซึ่งวิธีป้องกันความเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัดได้ดีที่สุด คือ คุณต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดนอน ดูแลสุขภาพของคุณให้แข็งแรง และลดการใช้ยาที่จะทำให้ภูมิคุ้มกันของคุณลดลง

การรักษางูสวัด ในปัจจุบัน

หากใครที่รู้ว่ามีตุ่มใสที่มีฐานสีแดง ๆ ควรรีบที่จะไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ได้วินิจฉัยว่า เราป่วยเป็นอะไร และหากเราเป็นโรคงูสวัด จะได้รีบรักษาได้ทัน หากปล่อยให้อาการรุนแรง อาจจะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตเลยก็เป็นได้ ซึ่งการรักษาโรคงูสวัดในปัจจุบัน แพทย์จะแบ่งกลุ่มคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น – วัยทำงาน และกลุ่มที่สองจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวที่ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่ำ

การรักษางูสวัด ในปัจจุบัน

ซึ่งกลุ่มแรก หรือกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน แพทย์จะใช้การรักษาตามอาการของคนไข้ โดยให้ทานยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบ เพื่อลดอาการปวด และลดการอักเสบลง หากมีอาการคันก็จะให้ยาทา เพื่อลดอาการคัน การจ่ายยาต้านไวรัส เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนภายในปมประสาทที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และการใช้ยาสเตียรอยด์เพื่อรักษาคนไข้

ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวที่ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่ำ จะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นกลุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรงน้อยกว่ากลุ่มแรก นอกจากนี้ หากเป็นกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป แพทย์มักจะฉีดวัคซีนงูสวัดให้ด้วย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันโรคงูสวัดให้กับผู้สูงอายุ

แต่หากใครมีอาการไม่รุนแรง แพทย์วินิจฉัยแล้วว่า สามารถกลับไปดูแลตัวเองต่อที่บ้านได้แล้ว อยากจะให้แผลของคุณหายเร็วขึ้น สามารถใช้สมุนไพรไทยมารักษาโรคงูสวัดให้หายได้ ก็ต้องยกให้กับเสลดพังพอนตัวเมีย โดยนำใบเสลดพังพอนตัวเมียสดมาตำให้แหลกผสมกับเหล้าขาว จากนั้นนำไปทาบริเวณที่เป็นแผล ทากันต่อเนื่องวันละ 2 – 3 ครั้งครบสัปดาห์ ไม่เกิน 3 วัน แผลของคุณก็จะเริ่มตกสะเก็ด และหายภายใน 10 วันก็หายดี

การมีสุขภาพกี ปลอดภัยไร้โรคภัยถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐ ไม่ว่าจะเป็ารมีร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่เต็มไปด้วยความสุข วันนี้เราก็มี 5 ข้อดีของการออกกำลังกายที่คุณควรรู้ มาฝากสำหรับทุก ๆ คนในนี้ เพื่อสานต่อกับการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ส่งผลให้ร่างกายต้องการพักผ่อน ห่างไกลจากงูสวัด สามารถคลิกเข้าอ่านได้เลยตอนนี้ รับรองข้อมูลโดนใจทุกคนอย่างแน่นอน